UbuntuClub 7.04 Alpha-1

ไปทำงาน“หลวง”(UbuntuClub Distro) จนลืมงาน”ราษฎร์”(เขียนบล็อก) ได้ความรู้ขึ้นเยอะเนื่องจากศึกษาวิธีการ Customize Linux ให้ เป็นไปตามรูปแบบที่ต้องการ ความรู้ส่วนมากที่ได้มาจากการค้นคว้าและทดลองด้วยตัวเอง ก็ถือว่าใช้เวลาในการจัดทำไม่นาน ส่วนที่รู้สึกว่า “หินสุด” คือเรื่องงานกราฟฟิก เพราะมันเป็นเรื่องศิลป์และค่อนข้างใช้เวลานาน อาจจะบอกได้ว่ายากกว่าการ Customize เสียอีกก็ว่าได้ ....
ระหว่างในการฟอร์มทีมอาสาสมัครร่วมจัดทำอยู่นั้น ก็ได้ศึกษาวิธีการจัดทำด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ คุณมะระมีความคิดเห็นว่ารีลิส UbuntuClub Alpha ออกมาก่อนเป็นต้นแบบ และสรุปว่าเอางานที่ผมซุ่มทำอยู่นำไปใช้ เรื่องอื่นๆไม่ค่อยหนักใจเท่าไหร่ แต่ที่หนักใจที่สุดก็คือเรื่องงานกราฟฟิกที่ยังไม่มีอาสาสมัครช่วยทำ ก็ต้องจำใจทำเอง งัดวิชาที่ไม่ได้ใช้มานานแล้วเอาออกมาใช้งาน ก็ได้ผลงานลวกๆในระดับหนึ่ง เพราะถ้ามากกว่านี้ก็ไม่ไหว มันใช้เวลาเยอะมาก ก็ทนๆไปเพื่อใช้เป็นไอเดียประขาสัมพันธ์ก่อน ....
พอคุณมะระเปิดให้ดาวน์โหลดปุ๊บ ก็เจอบั๊กปั๊บซะแล้ว ไอค่อนในโปรแกรม OpenOffice ไม่แสดงตัวซะงั้น พบสาเหตุเนื่องจากได้นำชุด Tango มาจัดทำเป็นไอค่อนหลักของระบบ และต้นฉบับของ Ubuntu ไม่ได้ ติดตั้งไอค่อน style-tango สำหรับ OpenOffice ดังนั้นระบบค้นหาชุดไอค่อนอัตโนมัติของระบบ OpenOffice จึงหาธีมดังกล่าวไม่พบ วิธีการแก้ปัญหาก็ติดติดตั้งเพิ่มเติมแพกเกจ openoffice.org-style-tango มาดูกันว่า UbuntuClub 7.04 Apha-1 มีอะไรเพิ่มเติมจากตัวต้นฉบับ (Ubuntu 7.04)
ปรุงแต่งระบบภาษาไทย- ติดตั้งแพกเกจต่างๆที่สนับสนุนภาษาไทย
- กำหนดค่าเริ่มต้นระบบเป็นภาษาไทย UTF-8
- ติดตั้งรหัสภาษาไทย (TIS-620) เป็นทางเลือก
- กำหนดรหัสภาษาอัตโนมัติ UTF-8 กับอุปกรณ์เก็บข้อมูล FDD/CD/HDD/USB
- เพิ่มปุ่มแอพเพลตสลับภาษา(Tha/USA) ด้วยฟังค์ชั่นคีย์ Alt+Shift
- เพิ่มกลุ่มสลับภาษาด้วย Grave(คุณโชค) ผู้ใช้งานกำหนดเองภายหลังได้
- ติดตั้งพจนานุกรมไทย-อังกฤษ Stardict-Lexitron
ปรุงแต่งเดสก์ทอป- เลือกโทน "สีฟ้า" ในการ Customize Distro
- เลือกธีม Tango เนื่องจากมีโทนสีเข้ากับข้อ(1)
- ปรับแต่งระบบสีของ Desktop ให้เข้ากับข้อ(1)
- จัดทำชุดกราฟฟิคใหม่ Icon/Logo/Splash/Usplash/Wallpaper
- เพิ่มเมนู จัดการแฟ้ม(root) / เทอร์มินัล(root) เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน
- จัดทำพาเนล "Glass" เพื่อความสวยงาม
- ปิดการแสดงวันที่ คงเหลือแสดงค่าเวลาแบบ 24Hr.
- ยกเลิก Luncher ใช้ Evolution Mail จากพาเนล
- เพิ่ม Luncher “ศูนย์ควบคุม” (Control Centre) บนพาเนล
ปรุงแต่งระบบมัลติมีเดีย- ติดตั้งไลบรารี่แพกเกจสนับสนุนระบบมัลติมีเดีย (Gstreamer)
- ติดตั้งมีเดียเพลเยอร์ Mplayer
ปรุงแต่งอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ Firefox- ติดตั้งแพกเกจเสริมการใช้งานอินเตอร์เน็ต Flash ,Mozilla-mplayer
- ปรับแต่งตัวอักษรให้เหมาะกับการใช้งานภาษาไทย
- ปรับแต่งค่าเริ่มต้นเพื่อเร่งความเร็วในการใช้งานอินเตอร์เน็ต
- เพิ่ม Thai Search Engine เช่น Longdo,Lexitron,Pantip,Sansarn,Wikipedia(TH)(คุณอาทิตย์)
เพิ่มเติมแพกเกจอื่นๆที่น่าสนใจ- ติดตั้งแพกเกจ ชุดคอมไพเลอร์พื้นฐาน (Build Essential)
- ติดตั้งแพกเกจ Compiz(ส่วนขยายเพิ่มเติม)
- ติดตั้งแพกเกจ Beryl (Full Support)
- ติดตั้งแพกเกจ Inkscape
- ติดตั้งแพกเกจ GnomeBaker
- ติดตั้งแพกเกจ ntp (Network Time Protocol)
เพิ่มเติมแพกเกจสนับสนุนอุปกรณ์ด้านฮาร์ดแวร์ อื่นๆ- ติดตั้งระบบเปิดใช้ Numlock เมื่อบูตระบบ (numlockx)
- ติดตั้งไดร์เวอร์ nvidia (restricted)
- ติดตั้งระบบ Bluetooth + GPRS
- ติดตั้งระบบ ndiswrapper
- ติดตั้งระบบอ่านเขียนจากดิสต์พาติชั่น NTFS (ntfs-3g)
เพิ่มเติมโปรแกรมที่พัฒนาใหม่- gfxstarter (lindever) โปรแกรมเพิ่มความสะดวกการใช้งานเดสก์ทอปพิเศษ (Desktop Effect)
- tag2utf (thailinuxcafe) โปรแกรมช่วยแปลงรหัสภาษาไทย ID3Tag (mp3) จาก TIS620 เป็น UTF8
โลโก้ชั่วคราว เป็นรูปภาพจากอินเตอร์เน็ตมาดัดแปลงสี(ธงชาติ) หมุนรูปภาพ หากมองเผินๆจะเหมือนตัว "C"
ภาพ Usplash แบบลวกๆ ให้ทายกันว่ารูปด้านบนคือรูปอะไรเอ่ย?

ภาพ Splash เข้าระบบงาน นำภาพจากต้นฉบับมาแต่งสี+โลโก้ใหม่
หน้าจอแรกของ UbuntuClub จะปรากฏ "ผู้จัดการเดสก์ทอปเอฟเฟ็ค" (ฝีมือคุณ lindever)
มุมซ้ายบนแสดงโลโก้ใหม่ /เปลี่ยนพื้นพาเนลแนวใสๆ /ลบ Evolution Applet เพิ่ม Control Centre Applet แทน
ด้านซ้ายของสกรีน จะปรากฏ แอพเพลตแสดงภาษา โดยสลับภาษาโดยปุ่มฟังค์ชั่น Alt+Shift
เพิ่มเมนูโปรแกรม จัดการแฟ้ม(root) และ เทอร์มินัล(root) เพื่อเพิ่มความสะดวกแก้ไขงานในฐานะ root
ปรุงแต่งหน้าตาเดสก์ทอปสีโทนฟ้า (ก้อคนมันรักนี่นา)

ภาพหน้าจอ "ศูนย์ควบคุม" Control Centre ต้นฉบับซ่อนเอาไว้ จริงๆเวิร์คจะตาย
ปรุงแต่งไฟร์ฟอกซ์มาให้แล้วอย่างดี ตัวอักษรที่ดูคมชัดสบายตา + ปรับแต่งค่าเพื่อเร่งความเร็วมาแต่แรกเริ่ม
ไม่ว่าจะเป็น Flash หรือ Media Engine เราก็จัดให้ ผู้ใช้ไม่ต้องตกแต่งอะไรอีก พร้อมใช้งานทันที
ดูหนังหรือฟังเพลง เราก็ตระเตรียมไลบรารี่ด้านมัลติมีเดียมาให้พร้อมสรรพ"
เข้ารหัสภาษาไทย utf-8 มาแต่แรกเริ่มสำหรับสื่อจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เปิดเห็นอ่านออกแหง๋มๆ

ปล... สนใจช่วยทดสอบได้ที่นี่ครับ
ftp://mirror.in.th/ubuntuclub/
แก้ปัญหาภาษาไทยของ ID3 Tag (Part II)
ภาคแรก เคยกล่าวถึงการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ ID3Tag ด้วยโปรแกรม EasyTAG ซึ่งก็จะพอจะบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้บ้าง แต่ยังถือว่ายังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากบางตำแหน่งของ Tag ยังแปลงรหัสภาษาได้ไม่ครบถ้วน ส่วนตัวยังไม่ค่อยพอใจ เพียงแต่แก้ขัดไปก่อนชั่วคราว ...
ภาคสอง เป็นบล็อกที่เขียนแล้วเกิดความละอายใจมาก เพราะดูแล้วอาจเป็นการส่งเสริมการใช้งานแบบผิดกฏหมาย (แผ่นเพลง mp3) ที่ปัจจุบันหาง่ายกว่าร้านขายยา แผ่นซีดีหนึ่งแผ่นสามารถบรรจุเพลงได้มากถึง 180 เพลงขึ้นไป ซึ่งปกติวิธีการแปลงเพลงจาก audio เป็นเพลงรูปแบบ mp3 จะใช้โปรแกรมแปลงบนวินโดว์จัดทำขึ้น ทำให้การบรรจุค่าต่างๆ Tag จะเป็นรหัสภาษา cp874 โดยปริยาย ซึ่งถือได้รหัสตัวนี้ว่าเป็นคู่แฝดกับ tis620 ที่ผู้ใช้งานบนลินุกส์นิยมใช้กัน หากย้อนไปก่อนหน้านี้สองปีก่อนผู้ใช้งานลินุกส์ก็ยังใช้งาน mp3 อย่างเป็นสุขใจยิ่ง ไม่มีผลกระทบสักเท่าไหร่ใดนัก ...
จนกระทั่งสักปีที่ผ่านมา วงการคอมพิวเตอร์ได้มีการหยิบยกรหัสภาษา Unicode มาใช้เป็นรหัสมาตราฐานอย่างเข้มข้นขึ้น บรรดาซอฟท์แวร์ต่างๆ ก็เริ่มจะอิงมาตราฐานดังกล่าวขึ้นเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่โปรแกรมประเภท Media Player เดิมตัวเองชอบฟังเพลง mp3 ด้วยโปรแกรม AmaroK ซึ่งระยะแรกๆโปรแกรมสามารถกำหนดรหัสภาษาต่างๆได้อิสระด้วยผู้ใช้งาน จนกระทั่วเวอร์ชั่น 1.4 เป็นต้นมา ฟังค์ชั่นกำหนดรหัสภาษาแสดงผล ถูกตัดทิ้งไป โดยบังคับให้ใช้งานด้วยรหัสภาษา Unicode ไปในตัว นอกจากตัว AmaroK แล้วโปรแกรมมีเดียเพลย์เยอร์อื่นๆที่นิยมใช้กัน ก็ประสบปัญหาเดียวกัน เช่น Rhythmbox , Banshee แต่ก็ยังมี XMMS ที่ยังคงความสามารถในการแสดงรหัสภาษาแบบ tis620 ได้อยู่ แต่ตัวเองก็ถือว่าโปรแกรม XMMS เป็นโปรแกรมที่ทรงคุณค่าควรจะเทิดทูนเก็บไว้บนหิ้ง เพราะโปรแกรมขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดฟังค์ชั่นใหม่ๆที่นิยมใช้กัน (บอกว่า"เชย"ก็เกรงใจ) ...
บล็อกภาคนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเนื่องจากไปเจอวิธีการแก้ปัญหา ID3 Tag ได้อย่างสมบูรณ์แบบจาก
ไทยลินุกส์คาเฟ่ เริ่มต้นจาก
อ.Phong_TH(ผู้สร้างกระแส PCLinuxOS) แนะนำฟังค์ชั่นแก้ไขที่ตรงจุดมากที่สุด และ
อาจารย์วิทยา(wd) ได้มาต่อยอดสร้างเชลล์สคริปครอบฟังค์ชั่น เพื่อเสริมให้การทำงานสมบูรณ์แบบมากขึ้น ตัวเองได้คัดลอกวิธีการดังกล่าวมาไว้ที่บล็อกนี้เพื่อเป็นการสำรองบทความซึ่งกันและกันด้วยนิ ...
วิธีการจัดทำ ได้นำฟังค์ชั่นแปลงค่า MP3Unicode จาก
เว็บนี้ ส่วนซอร์สโค๊ด
ที่นี่ ทำการแตกแฟ้มดังกล่าว ซึ่งจะได้โฟลเดอร์ที่ชื่อว่า
mp3unicode-1.0.1 ให้เข้าไปในโฟลเดอร์ดังกล่าว ค้นหาแฟ้มที่ชื่อว่า
mp3unicode.cpp ใช้อิดิเตอร์แก้ไขค่าดังตัวอย่าง (แทรกกลุ่มข้อความที่มี
สีแดง) แล้วจัดเก็บแฟ้ม
....
....
int main(int argc, char **argv) { cmdParser parser("mp3unicode", "1.0.1"); QStringList bit8encodings;
bit8encodings.append("cp1251");
bit8encodings.append("koi8-r");
bit8encodings.append("cp874");
....
....
หาข้อความกลุ่มนี้จากแฟ้ม Makefile (กรณีนี้ใช้กับลินุกส์เบสออน Ubuntu)
-I${QTDIR}/include -L${QTDIR}/lib
แก้ข้อความดังกล่าวให้เป็นตามตัวอย่าง แล้วจัดเก็บแฟ้ม
-I /usr/include/qt3 -L /usr/lib/qt3
ติดตั้งไลบรารี่และแพ็คเกจต่างๆที่จำเป็นต่อการคอมไพล์งานในครั้งนี้ (base on Ubuntu)
sudo apt-get install build-essential libtag1-dev libqt3-mt-dev
คอมไพล์โปรแกรมด้วยคำสั่ง
make
หลังจากคอมไพล์โดยปราศจาก Error จะได้แฟ้ม mp3unicode ให้ทำการคัดลอกแฟ้มดังกล่าวไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมกับการเรียกใช้งาน
sudo cp -f mp3unicode /usr/local/bin
ขณะนี้เราจะได้โปรแกรมแปลง ID3Tag เรียบร้อย เรียกใช้งานในแบบไฟล์ต่อไฟล์
mp3unicode --source-encoding cp874 --id3v1-encoding none --id3v2-encoding unicode [file.mp3]
แต่ในความเป็นจริง ไม่เวิร์คแน่นอน หากเรามาแปลงไฟล์ทีละไฟล์มือหงิกพอดี ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการใช้งาน จึงต้องการสร้างเชลล์สคริปครอบฟังค์ชั่นดังกล่าว โดยให้มีวิธีการทำงานโดยการแปลงไฟล์ภายในโฟลเดอร์ทั้งหมด และยังล้วงเข้าไปแปลงแฟ้มลึกลงไปเรื่อยๆ กรณีที่มี "โฟลเดอร์ลูกภายใน" ให้สร้างสคริปตัวนี้ผ่านทาง Terminal Console
sudo touch /usr/local/bin/tag2utf
sudo chmod 755 /usr/local/bin/tag2utf
sudo nano /usr/local/bin/tag2utf
เขียนคำสั่งเชลล์สคริปดังตัวอย่าง
#!/bin/bash
# FROM Master phong_th (ARTICLE AT:)
# AND Master Widdaya (ADVANCED MODIFIED:)
SKEL="*mp3 *MP3 *Mp3"
processfile() {
local i
for i in $SKEL; do
if [ -f "$i" ]; then
chmod +w "$i"
echo "Encoding: $i"
mp3unicode --source-encoding cp874 --id3v1-encoding none --id3v2-encoding unicode "$i"
fi
done
for i in *; do
if [ -d "$i" ]; then
echo "enter directory $i"
pushd "$i"
processfile
echo "exit directory $i"
popd
fi
done
}
processfile
จัดเก็บแฟ้ม วิธีการจัดทำก็จบเรียบร้อย ส่วนวิธีใช้งานจะสั่งผ่านคอมมานไลน์ โดยให้ไปอยู่ ณ ตำแหน่งภายในโฟลเดอร์ที่ต้องการจะแปลงแฟ้ม แล้วใช้คำสั่ง tag2utf จากนั้นโปรแกรมจะแสดงแฟ้มต่างๆที่ได้รับการแปลงเรียบร้อยจนสิ้นสุดการทำงาน ...
ภาพก่อนการแปลงค่า ID3Tag
หลังจากใช้ tag2utf จะแสดงค่าได้ถูกต้อง
*** บล็อกไตเติ้ลนี้ขอยกเครดิตให้ อ.phong_th และ อ.วิทยา ผู้เชี่ยวชาญประจำบอร์ด www.thailinuxcafe.com
มาทำ CD Linux เป็นของตัวเองกันดีกว่า ...
ฝันอย่างหนึ่งของตัวเองก็คืออยากทำลินุกส์ที่เป็นดิสโตรเป็นของตัวเอง พยายามศึกษาลินุกส์ด้วยตัวเอง มีคนแนะนำให้ลองศึกษา LFS (Linux From Scratch) ก็ทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ก็ยังมีอีกหลายๆเรื่อง(มาก)ที่ยังไม่เข้าใจเลยสักนิด ความฝันที่ฝันไว้ก็ยังไกลอยู่ จนกระทั่งวันนี้ไม่อยากจะเชื่อว่าฝันที่คิดไว้จะมาถึงเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ...
เพราะมีโอกาสได้เข้าไปอ่านรายละเอียดของ Ubuntu Ultimate Edition ซึ่งเป็นดิสโตรที่นำ Ubuntu Edgy มาเพิ่มเติมแพ็คเก็ตมากมายจัดอยู่ในรูปแบบ LiveDVD ก็อ่านไม่เรื่อยๆจนมาสะดุดตรงช่วงที่ว่าลินุกส์ของเขาสร้างมากจากสิ่งใดบ้าง สิ่งแรกก็คือ Ubuntu Edgy และอีกส่วนก็คือ Reconstuctor ถึงตรงนี้ก็สงสัยว่า "มันคืออะไร?" ก็กดลิงค์ไปดู ... โอ้ว! พระเจ้าช่วย.. กล้วยทอด.. มันยอดมากเลยจอร์จ.. รอดหูรอดตาตัวเองไปได้ยังไงเนี้ย ...
ขออธิบายพื้นฐานการทำงานสักเล็กน้อย LiveCD คือศัพท์ที่ถูกนำมาเรียกใช้กับลินุกส์ที่ทำงานบนซีดี โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถฮาร์ดดิสต์แต่อย่างใด หลักการคร่าวๆของ LiveCD ก็คือระบบลินุกส์ที่ถูกจำลองไว้บน CD ในรูปแบบ SquashFS ระบบซิสเต็มไฟล์ชนิดหนึ่ง(ที่เริ่มมีใช้เฉพาะลินุกส์) ระบบไฟล์ดังกล่าวจะถูกบีบย่อ(Compressed) ในอัตราที่สูงถึง 3 เท่าตัวของเนื้อที่ใช้งานจริง (ระบบไฟล์ลินุกส์ประมาณ 2 GB จะถูกบีบย่อเหลือไม่ถึง 700 MB หรือมีขนาดเทียบเท่าแผ่น CD หนึ่งแผ่นเท่านั้นเอง) แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้งานของระบบไฟล์ประเภทนี้ก็คือ สามารถอ่านใช้งานได้อย่างเดียวเท่านั้น (Read Only) ไม่สามารถจัดเก็บค่าคืนกลับไปได้ แต่ข้อด้อยดังกล่าวจะถูกนำมาประยุกต์ใช้งานกับระบบ RamFS หรือระบบซิสเต็มไฟล์ที่ทำงานบน RAM ในรูปแบบ Dynamic(ถ่ายเทข้อมูลและใช้งานเมื่อจำเป็น) จะเห็นได้ว่าระยะหลังๆลินุกส์ดิสโตรต่างๆได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับดิสโตรของตัวเอง กล่าวกันว่าหากเครื่องคอมพิวเตอร์คุณมี RAM มากหน่อย แล้วใช้งาน LiveCD ความเร็วการใช้งานเสมือนกับทำงานบนฮาร์ดดิสต์ประมาณนั้นเลย ...
Reconstructor is an Ubuntu GNU/Linux CD Creator. Reconstructor คือเครื่องมือที่พัฒนามาจาก Python ช่วยในการ Remaster(ปรับแต่งต้นฉบับ)ให้ง่ายขึ้น จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้งานนำต้นแบบ ISO File ของลินุกส์ที่เบสออน Ubuntu ทั้งหลาย ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ Desktop (LiveCD และติดตั้ง) หรือ Alternate (ติดตั้งอย่างเดียว) นำมาดัดแปลงหรือตบแต่งให้เป็นไปลักษณะของผู้จัดทำเอง (Customization) ภายในแอพพลิเคชั่นจะมีเครื่องมือช่วยในการตบแต่งหรือดัดแปลง เช่น ภาพพื้นหลัง , ธีมเดสก์ทอป, กรอบหน้าต่าง, และอื่นๆอีกมากมาย ...
Reconstructor ได้ตระเตรียมสภาพแวดล้อมรวมถึงเครื่องมือที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เพื่อสะดวกในการปรับแต่งลินุกส์ตามความต้องการ แต่จะเน้นหนักไปทาง Gnome จะใช้ความสามารถได้เต็มที่ ส่วน Desktop Manager อื่นๆ เช่น Kubuntu หรือ Xubuntu อาจขาดฟังค์ชั่นไปบ้างบางส่วน Reconstructor ยังได้คิดค้นระบบปรับแต่งอัตโนมัติ ในรูปแบบสคริปต์สำเร็จรูป สามารถดาวน์โหลดสคริปต์สำเร็จรูปที่มีผู้จัดทำไว้มาใช้ แต่ถ้าหากคุณศึกษาขั้นตอนจัดทำเล็กน้อยคุณก็อาจจะสร้างสคริปต์ขึ้นมาใช้งานได้เอง นอกจากนี้หากคุณเข้าใจระบบลินุกส์เป็นอย่างดีอยู่แล้ว Reconstruct ก็ยังเตรียมเครื่องมือช่วยปรับแต่งในรูปแบบ Command Line ทำให้การปรับแต่งสมบูรณ์และยืดหยุ่นมากขึ้น ...
Reconstructor เครื่องมือสร้าง CD (ส่วนตั้วส่วนตัว) สามารถใช้งานได้กับลินุกส์เบสออน Ubuntu ตั้งแต่รุ่น Dapper > Edgy > Feisty ขั้นตอนจัดทำก็มีขั้นตอนที่ค่อนข้างง่าย ไม่ยุ่งยากหรือทำให้สับสน การทำงานทั้งสิ้นจะกระทำบน GUI Mode (Frontend) ถ้าคุณรู้จักหรือเคยได้ยินลินุกส์ดิสโตรเหล่านี้
Ubuntu Cristmas / Ubuntu Ultimate / Ubuntu Gamers / Linux Mint ดิสโตรต่างๆเหล่านี้ล้วนถูกปรุงแต่งมาจาก Reconstructor ทั้งสิ้น ...
ความต้องการของโปรแกรม
- python (only tested on version 2.4)
- pygtk2
- squashfs-tools (needed for Root FS extraction)
- chroot (needed for Root FS customization)
- mkisofs (needed for ISO creation)
- gcc (needed for Usplash generation and VMWare/Qemu module installation)
- make (needed for VMWare/Qemu module installation)
- rsync (needed for Remastering ISO)
- libbogl-dev (needed for Dapper Usplash Generation)
- usplash-dev (needed for Usplash Generation - Edgy and up)
- gpg (needed for Alternate Key Signing)
- dpkg-dev (needed for Alternate Key Package Building)
- fakeroot (needed for Alternate Key Package Building)
- apt-utils (needed for Extra Repository Generation)
แพ็คเก็ตต่างๆด้านบน จะหาได้จากแหล่งดาวน์โหลดมาตราฐานโดยเพิ่มเติมส่วนแหล่งดาวน์โหลด (Repositories) Universe และ Multiverse แนะนำใช้คำสั่งติตตั้งเป็นชุด แพ็คเกจประกอบต่างๆที่เกี่ยวพันกันจะถูกติดตั้งมาด้วย ดังคำสั่งต่อไปนี้
sudo apt-get install squashfs-tools gcc rsync libbogl-dev usplash-dev gpg dpkg-dev fakeroot apt-utils
เมื่อความต้องการของโปรแกรมถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการดาวน์โหลดโปรแกรมจาก “
ที่นี่” ในเว็บเพจจะมีชุดโปรแกรมสองแบบให้เลือกติดตั้ง ชุดแรกเป็นซอร์สโค๊ด reconstructor.tar.gz มาคอมไพล์เองตามลักษณะของลินุกส์ ส่วนชุดหลังจะเป็นชุดติดตั้งแบบเดเบี้ยน (deb File) ชอบแบบไหนก็ตามใจชอบ แต่ตัวเองขอเลือกรูปแบบ deb file ให้ดาวน์โหลดไฟล์ reconstructor.deb มาที่เครื่องเราแล้วติดตั้งโปรแกรมผ่านเชลล์โปรแกรม ด้วยคำสั่งดังนี้
sudo dpkg -i reconstructor.deb
Using
เราสามารถเรียกโปรแกรมได้จากระบบเมนู หรือจะเรียกใช้งานผ่านคอมมานด์ไลน์
sudo reconstructor
จะแสดงหน้าจอต้อนรับดังภาพ

ปัจจุบันถูกพัฒนาถึงเวอร์ชั่น 2.5.1 เราสามารถอัพเดตโปรแกรมรุ่นใหม่ๆโดยการกดปุ่ม ”
Update” กดปุ่ม “
Next” เพื่อทำงานต่อ
Setup
การติดตั้งจะเริ่มจากการสร้างพื้นที่ทำงาน (working directories) เพื่อใช้ในกระบวน ดัดแปลง/ตบแต่ง/เปลี่ยนโครงสร้าง ดังภาพ
working directories: กำหนดสถานที่ตั้งพื้นที่ทำงาน
Create Remaster directories: พื้นที่ข้อมูลโครงสร้างทั้งหมดภายใน LiveCD
Create Root directories: พื้นที่ของระบบลินุกส์ต่างๆ ที่ถูกแตกมาจากแฟ้ม SquashFS
Create Initial Ramdisk directories: พื้นที่ข้อมูลที่ใช้ในเป็นค่าเริ่มต้นของ RamFS
LiveCD ISO filename: กำหนดที่ตั้งแฟ้มต้นแบบ ISO File ที่จะนำมาปรุงแต่งดัดแปลง
กดปุ่ม
“Next” โปรแกรมจะทำการอ่านข้อมูลจาก ISO File แล้วแยกแยะไฟล์ต่างๆไปใส่ยังพื้นที่การทำงานตามค่าที่กำหนด ขั้นตอนนี้ใช้เวลามากพอสมควร และสิ่งที่ควรคำนึงถึงในขั้นตอนนี้ ให้การกำหนดค่าทุกตัวเมื่อเริ่มต้นใช้งานในครั้งแรกของ ISO File ที่นำมาใช้ แต่เมื่อเข้าใช้งานในภายหลังแล้วไม่มีการเปลี่ยน ISO File ใหม่ก็ให้ไปสู่ขั้นตอนถัดไปได้เลย ไม่ต้องกำหนดค่าใดๆอีก ...
Boot Screen
เป็นส่วนที่ใช้เปลี่ยนแปลงหน้าตาในการบูตเข้าระบบให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน
Live CD Splash: ภาพที่นำมาใช้จะต้องมีขนาด 640x480 และอยู่ในรูปแบบไฟล์เป็น .pcx
Live CD Text Color: กำหนดสีให้กับการแสดงผลของตัวอักษรต่างๆ
Usplash Filename: แฟ้มหรือค่าที่นำมาใส่จะเป็นต้องเป็นไปตามมาตราฐาน usplash.so
Generate: ปัจจุบันใช้ได้สมบูรณ์กับดิสโตรที่เบสออน 6.06 เท่านั้น โดยการกำหนดภาพที่มีขนาด 640x400 แนะนำใช้สีไม่ควรเกิน 16 สี โดยภาพที่นำมาใช้จะต้องอยู่ในรูปแบบไฟล์ .png ซึ่งหลังกดปุ่ม ”
Generate” โปรแกรมจะทำการสร้างแฟ้ม upslash.so ให้แล้วนำไปกำหนดใน Usplash File ส่วนเบสออน 6.10 ขึ้นไปก็ต้องออกแรงนำซอร์สจาก Lanchpad มาดัดแปลงตบแต่งเอาเอง เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เรียบร้อยก็กดปุ่ม “
Apply” เปลี่ยนแปลงค่า แล้วเลือกทำขั้นตอนถัดไป
Gnome
ส่วนนี้ใช้เฉพาะกับดิสโตรที่ใช้
Gnome เป็น Desktop Manager หากเป็นดิสโตรอื่นๆ เช่น Kubuntu หรือ Xubuntu ไม่สามารถใช้งานในส่วนนี้ได้ คงต้องประยุกต์ปรับแต่งเอาเอง ก็ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป ...
GDM Login Theme: กำหนดภาพหน้าจอระบบล็อกอิน
Desktop: กำหนดภาพWallpaper และ Fonts ที่ต้องการ
Desktop Theme: กำหนดค่าTheme, Window borders, Icons
สำหรับวัตถุดิบสำเร็จรูปอาจจะหาได้จาก
www.gnome-look.org เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เรียบร้อยก็กดปุ่ม “
Apply” เปลี่ยนแปลงค่า แล้วเลือกทำขั้นตอนถัดไป
Apt
ขั้นตอนนี้คือการกำหนดค่าแหล่งดาวน์โหลดเพิ่มเติมหรือแหล่งอื่นๆที่นอกเหนือจากแหล่งดาวน์โหลดมาตราฐาน
Recostructure ได้เตรียมแหล่งดาวน์โหลดอื่นๆไว้บางส่วนให้เลือก หรือนอกเหนือจากนั้นก็สามารถกำหนดค่าผ่านหน้าต่าง Custom Repositories เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เรียบร้อยก็กดปุ่ม “
Apply” เปลี่ยนแปลงค่า แล้วเลือกทำขั้นตอนถัดไป
Optimization
คือส่วนสนับสนุนเพิ่มเติมที่ Reconstructor มีให้เพื่อเพิ่มความเร็วในการเปิดและปิดระบบ

เลือกค่า
Enable ในส่วน Startup จะแสดงค่า Service บางส่วนออกมาให้เลือกว่าต้องการให้เปิดใช้เซอร์วิสเหล่านี้เมื่อตอนเปิดระบบหรือไม่ ส่งผลเพิ่มความเร็วในการเข้าระบบขึ้น สำหรับ Optimize Shutdown หากเลือกหัวข้อนี้จะมีการข้ามขั้นตอนบางอย่างทำให้เวลาปิดระบบเร็วขึ้น เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เรียบร้อยก็กดปุ่ม “
Apply” เปลี่ยนแปลงค่า แล้วเลือกทำขั้นตอนถัดไป
LiveCD
ส่วนนี้คือส่วนเพิ่มเติมการกำหนดค่า Username ,Password, Hostname เพื่อประโยชน์ในการใช้งานด้าน remote เช่น secure shell (ssh)

เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เรียบร้อยก็กดปุ่ม “
Apply” เปลี่ยนแปลงค่า แล้วเลือกทำขั้นตอนถัดไป
Modules
คือเชลล์สคริปที่เขียนตามขั้นตอนการทำงาน framework of Reconstructor จะทำงานโดยผ่านสภาพแวดล้อม
chroot ให้อัตโนมัติ
สามารถกำหนดว่าให้ทำงานทันที หรือทำเมื่อบูตระบบ นอกจากโมดูลต่างๆที่ทาง Reconstructor เตรียมไว้ให้แล้ว ยังสามารถ Add เพิ่มโมดูลที่มีผู้อื่นหรือตัวเองจัดทำขึ้นจาก
ที่นี่ เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องด้วยการ Update Module และในส่วนนี้ยังมีคอมมานด์ในการติดตั้งหรือถอดถอนแพ็คเกจ Custom apt-get (install/remove) เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เรียบร้อยก็กดปุ่ม “
Apply” เปลี่ยนแปลงค่า แล้วเลือกทำขั้นตอนถัดไป
Apply Change
เป็นขั้นตอนยืนยันการเปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะจัดสร้าง ISO File ฉบับส่วนตั๊วส่วนตัว ...

เมื่อกด "
Next" โปรแกรมจะเริ่มขบวนทำ ISO File ตัวใหม่ขึ้นมา ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานพอสมควร
Are you ready?
เมื่อขั้นตอนก่อนหน้าเรียบร้อยจะปรากฏหน้าจอดังกล่าว

ขั้นตอนนี้คุณสามารถเขียนแผ่น CD โดยการกดปุ่ม "
Burn ISO"

การเขียนแผ่น CD จะเป็นไปตามมาตราฐานสากลคือ CD = 700MB หากขนาดไฟล์ ISO มีค่าเกินจากนี้โปรแกรมจะไม่ยอมเขียนแผ่นให้ เราอาจจะไปเขียนแผ่นด้วยโปรแกรมภายนอกเช่น K3B ซึ่งมีออพชั่นพิเศษที่ยอมให้เขียนแผ่นเกินมาตราฐาน 700MB ได้ สูงสุดที่เคยทำได้ประมาณ 721MB ซึ่งก็แล้วแต่คุณภาพของแผ่น ก่อนหน้าจะถึงขั้นตอนสุดท้ายเราสามารถประมาณขนาดของแฟ้ม ISO File (เป็นค่าประมาณไม่แม่นยำนัก) โดยการกดปุ่มภาพดังนี้

จบขั้นตอนพื้นฐานในการทำ Remaster CD ด้วยวิธีง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้วิธี Command Line ให้ยุ่งยากเลย แต่บางครั้งบางกรณีเราอาจต้องการที่จะล้วงลึกเข้าไปในระบบกว่าปกติที่มีอยู่ Reconstructor ได้เตรียมเครื่องมือที่ว่าไว้แล้ว กดปุ่มภาพ Terminal ดูตามภาพ

คือหน้าจอ
chroot Terminal จะนำเราเข้าสู่สภาพแวดล้อมของลินุกส์ที่เรากำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างอยู่ ทำได้ทุกอย่างในรูปแบบ Command Line นอกจากกรณีเดียวคือ GUI Mode ที่ไม่สามารถใช้งานได้
Tip&Trickก่อนหน้าตัวเองได้ทดลองทำ LiveCD โดยฝากคุณเว็บคุณมะระ
www.ubuntuclub.com เปิดบริการ(ชั่วคราว)ให้เพื่อนๆได้ดาวน์โหลดไปทดลองดูเป็นไอเดีย โดย LiveCD ดังกล่าวต้องการจัดทำขึ้นให้ตรงกับความต้องการของตัวเองคือ "พร้อมใช้งานทันที" เพราะต้นฉบับแท้ๆไม่มีสิ่งที่เราต้องการ ดังนั้นเราก็ต้องจัดทำผนวกเข้าไปเอง ขอยกตัวอย่างดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาร่วมกัน ...
สิ่งที่คาดหวัง LiveCD ส่วนตัวก็คือระบบภาษาไทย
- กำหนดรหัส Thai.UTF8 เป็นค่า Default- แสดงเมนูเป็นภาษาไทย- ปุ่มสลับภาษาระบบทั่วไป- ติดตั้งแพ็คเกจ build-essential (ชุดคอมไพล์เลอร์ระบบ)ด้านมัลติมีเดีย- ติดตั้งแพ็คเกจระบบเสียง ทำให้ดูหนังฟังเพลงได้ทันที
ปรับแต่งความสามารถของ Firefox Browser- ติดตั้ง Libthai สำหรับตัดคำไทย- ติดตั้ง Flash สำหรับสำหรับเว็บที่ใช้แฟลชทั้งหลาย- ติดตั้ง MediaPlayer Connectivity เพื่อดูคลิปวีดีโอผ่านอินเตอร์เน็ต- ติดตั้ง FasterFox เพื่อเร่งความเร็วการแสดงผล- แก้ปัญหาการแสดงผลภาษาไทยเพี้ยน(กระโดด)จากโจทย์ดังกล่าวเราจะกระทำผ่าน
Chroot Terminal มีขั้นตอนดังนี้
กำหนดค่าแหล่งดาวน์โหลด
nano /etc/apt/sourceslist
ให้ใส่ค่าดังกล่าวแทน reposition เดิม
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu feisty main restricted multiverse universe
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu feisty-backports main restricted multiverse universe
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu feisty-proposed main restricted multiverse universe
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu feisty-security main restricted multiverse universe
deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu feisty-updates main restricted multiverse universe
ปรับปรุงค่า Repositons ใหม่
apt-get update
ติดตั้งเครื่องมือใช้ในการคอมไพล์โปรแกรม
apt-get install build-essential
ติดตั้งแพ็คเกจภาษาไทย
apt-get install libthai0 libthai-dev gtk-im-libthai pango-libthai ttf-thai-tlwg xfonts-thai-nectec language-pack-th language-pack-gnome-th language-support-th
ติดตั้งไลบรารี่สำหรับงานมัลติมีเดีย
apt-get install gstreamer0.10-alsa gstreamer0.10-esd gstreamer0.10-ffmpeg gstreamer0.10-fluendo-mp3 gstreamer0.10-fluendo-mpegdemux gstreamer0.10-gl gstreamer0.10-gnomevfs gstreamer0.10-gnonlin gstreamer0.10-pitfdll gstreamer0.10-plugins-bad gstreamer0.10-plugins-bad-dbg gstreamer0.10-plugins-bad-multiverse gstreamer0.10-plugins-bad-multiverse-dbg gstreamer0.10-plugins-base gstreamer0.10-plugins-base-apps gstreamer0.10-plugins-base-dbg gstreamer0.10-plugins-farsight gstreamer0.10-plugins-good gstreamer0.10-plugins-good-dbg gstreamer0.10-plugins-ugly gstreamer0.10-plugins-ugly-dbg gstreamer0.10-plugins-ugly-multiverse gstreamer0.10-plugins-ugly-multiverse-dbg gstreamer0.10-sdl gstreamer0.10-tools gstreamer0.10-x
แก้ปัญหาแสดงผลภาษาไทย(แก้ฟอนต์กระโดดตามวิธีคุณกำธร) ดาวน์โหลดไฟล์จาก "
ที่นี่" นำข้อมูลในแฟ้มบันทึกลงแฟ้มนี้
nano /etc/fonts/conf.avail/65-thaifont.conf
ทำการลิงค์ค่าไปยัง /etc/fonts/conf.d
ln -sf /etc/fonts/conf.avail/65-thaifont.conf /etc/fonts/conf.d
กำหนดค่าเริ่มต้นภาษาไทยเมื่อเริ่มระบบ
nano /etc/environment
บันทึกข้อความเหล่านี้ลงในแฟ้ม
LANG=th_TH.UTF-8
รวมถึงแฟ้มตัวนี้ด้วย
nano /etc/locale.gen
บันทึกข้อความเหล่านี้ลงในแฟ้ม
th_TH.UTF-8 UTF-8
จบขั้นตอนในส่วน Command Line ให้ทำการล้าง Cache ที่ใช้ในการติดตั้งเพื่อการประหยัดเนื้อที่
apt-get clean
apt-get autoclean
ณ ตอนนี้เหลือแต่หัวข้อ "
การสลับภาษา" กับ "
Firefox" ที่ไม่สามารถตั้งค่าผ่าน Command Line ได้ (อาจจะได้แต่หมดปัญญาความรู้ในการจัดทำด้วยวิธีปกติ) ดังนั้นต้องใช้วิธี "
ลักไก่" เพียงเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เป
เยี่ยมมากๆ ครับ ได้ลองมาแล้วชอบมาก ขอแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจครับ